สุกานดา ปานเพชร 

บทนำ

               สำหรับการประยุกต์ใช้แนวคิดการสื่อสารการตลาด หรือ Integrated Marketing Communications (IMC) สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญนอกจากแผนการสื่อสารและกลยุทธ์ ยังได้แก่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อบทบาทและความสำคัญของแต่ละเครื่องมือสื่อสาร เพราะแนวคิดมุ่งบูรณาการแบบฉบับ IMC จะเน้นการผสมผสานจุดเด่นจุดด้อยจากเครื่องมือต่างๆ เพื่อส่งเสริมการสื่อสารให้สมบูรณ์ ดังนั้นความสำเร็จ/ล้มเหลวของตราสินค้าและองค์กรส่วนหนึ่งจะเกี่ยวข้องกับเครื่องมือสื่อสารการตลาดที่สำคัญ ดังนี้

             Kotler (อ้างถึงใน ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:22) แบ่งเครื่องมือสื่อสารการตลาดไว้ 5 ประเภท ได้แก่

              1. สื่อโฆษณา (Advertising) 

             2. การตลาดทางตรง (Direct Marketing) 

             3. การให้ข่าว/ การประชาสัมพันธ์ (Public Relations and Publicity) 

            4. การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion)

            5. พนักงานขาย (Personal Selling)

 

บทบาทต่อตราสินค้า

             ความจำเป็นของตราสินค้าที่ต้องมีเครื่องมือในการสื่อสารนำพาข้อมูลไปสู่ผู้บริโภค คือเหตุผลหลักที่เครื่องมือสื่อสารการตลาดกับตราสินค้าต้องข้องเกี่ยวกันอยู่ตลอด กล่าวคือ ตราสินค้าต้องใช้คุณลักษณะจากเครื่องมือสื่อสารแต่ละชนิดเพื่อเผยแพร่ข่าวสาร ทั้งในแง่โฆษณาตัวสินค้า และใช้สร้างภาพลักษณ์ให้เกิดขึ้นกับตรา นอกจากนี้ยังมีบทบาทอื่นๆ อีกมากมายที่เครื่องมือสื่อสารการตลาดเกี่ยวข้องกับตราสินค้า เช่น บทบาทการสร้างตราสินค้า (Branding)จัดเป็นบทบาทพื้นฐานของเครื่องมือสื่อสารการตลาดที่มีต่อตรา มีหน้าที่ช่วยส่งเสริมตราสินค้าให้มีภาพลักษณ์และคุณค่าไม่ด้อยกว่าตัวสินค้าได้ ซึ่งเครื่องมือสื่อสารในกลุ่มโฆษณาถือว่ามีความสำคัญต่อการสร้างตราสินค้ามาก

                 เครื่องมือในกลุ่มโฆษณา Duncan (อ้างถึงใน ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:22) ได้แบ่งไว้เป็นกลุ่มที่ 1 ได้แก่ เครื่องมือสื่อสารการตลาดที่สื่อสารผ่านสื่อมวลชน เช่น การโฆษณา (Advertising) เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดที่เผยแพร่ข้อมูลในวงกว้าง ไม่ระบุผู้รับสาร แต่ระบุผู้สนับสนุน มีค่าใช้จ่ายเป็นธรรมเนียม และอีกเครื่องมือหนึ่งในกลุ่มเดียวกัน คือ การประชาสัมพันธ์ (Public relations: PR) เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่มีผลกระทบต่อตราสินค้าและองค์กร ช่วยสร้างทัศนคติ ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่ดี

              สำหรับบทบาทที่สำคัญของการโฆษณา Farbey (อ้างถึงใน นิธิมา จันทรสูตร. 2551:8) กล่าวว่า มีอยู่ 2 บทบาท คือ การให้ข้อมูลข่าวสาร (Inform) และโน้มน้าวใจ (Persuade) ส่วน Kotler และ Armstrong กล่าวว่า โฆษณายังมีบทบาทในการเตือนความจำ (Remind) อีกด้วย

               นอกจากนี้ ดร. กมล ชัยวัฒน์ (2551:12) กล่าวถึงโฆษณาว่า “โฆษณามีค่าอย่างยิ่งสำหรับการสร้างส่วนทุนของตราสินค้า (Brand Equity)” ซึ่งการสร้างและรักษาส่วนทุนของตราสินค้า (Brand Equity) ถือเป็นหนึ่งในบทบาทของการโฆษณาตามกลยุทธ์การสร้างตรา กล่าวคือ เป็นการสร้างคุณค่าให้แก่สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ เช่น สร้างค่านิยมที่เป็นผลพวงมาจากภาพลักษณ์ของนาฬิกา Rolex ที่มีราคาสูง เนื่องจากเป็นสินค้าคุณภาพสูง รวมทั้งมีคุณค่าของตราสินค้าสูงซึ่งเป็นผลจากการโฆษณา (กมล ชัยวัฒน์, 2551:44)

              ในเบื้องต้น เครื่องมือสื่อสารการตลาดยังมีบทบาททั่วๆ ไปตามคุณลักษณะเด่นของแต่ละเครื่องมือ เช่น บทบาทการแจ้งข่าวสาร โฆษณาเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสาร (Information advertising) จะถูกใช้แนะนำสินค้าใหม่ ใช้อธิบายสินค้าบริการ นอกจากนี้ ยังใช้แจ้งผู้บริโภคได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอีกด้วย (นิธิมา จันทรสูตร. 2551:8)  ตัวอย่าง:  บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ทุ่มงบประมาณนับร้อยล้านบาทเพื่อเปิดตัวน้ำดื่มช้าง วัตถุประสงค์เพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ และนำเสนอจุดเด่น คือ การใช้แหล่งน้ำจากธรรมชาติบริสุทธิ์และผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยมาตรฐานระดับโลก (2553, ออนไลน์) 

             หรือ โฆษณาเพื่อการโน้มน้าวใจ (Persuasive advertising) ใช้เมื่อมีคู่แข่งมาก ต้องการสร้างความชอบในตัวผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนทัศนคติ และชักจูงผู้บริโภค (นิธิมา จันทรสูตร, 2551:8) ตัวอย่าง:  โฆษณาชุด Pond’s 7 day  7 วันเพื่อรักแท้ ชูจุดเด่นคือผลิตภัณฑ์ Pond’s Flawless white ที่สามารถเปลี่ยนผิวหน้าให้สวยขาวใสในระยะเวลาเพียง 7 วัน ซึ่งประสิทธิผลไม่มีการรับรอง แต่ใช้วิธีชักชวนผู้ซื้อให้ลองท้าพิสูจน์ด้วยตนเอง

              นอกจากนี้ ยังมีโฆษณาเพื่อเตือนความจำ (Reminder advertising) มีความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์ที่เจริญเติบโตเต็มที่ ใช้เตือนผู้บริโภคให้นึกถึงหรือเพื่อจดจำ (นิธิมา จันทรสูตร. 2551:8) ตัวอย่าง:  ลูกอมฮอลล์ เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับภาพยนตร์โฆษณาที่เน้นอารมณ์ขัน มีการนำเสนอโฆษณาชุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อการตอกย้ำแบรนด์และตำแหน่งผลิตภัณฑ์ ชูจุดขายเดิม “ความเย็น สดชื่น” (2553, ออนไลน์)

              นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่สำคัญ และมีบทบาทต่อการสร้างตราสินค้าได้ ได้แก่ การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer relationship management) หรือ CRM เป็นแนวคิดที่บ่งบอกว่าองค์กรไม่ได้ให้ความสำคัญกับลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับลูกค้าเป็นทรัพย์สินที่มีค่า และความสัมพันธ์ที่ดีจะนำมาซึ่งยอดขายและการเติบโตของธุรกิจ (2553, ออนไลน์)

            ส่วนกลุ่มเครื่องมือที่ 2 Duncan (อ้างถึงใน ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:22) แบ่งไว้ ได้แก่ เครื่องมือสื่อสารการตลาดตามสถานการณ์ (Situational contact) 1. การส่งเสริมการขาย (Sale promotion) 2. การซื้อ ณ จุดซื้อ (Point-of-purchase communications) 3. บรรจุภัณฑ์ (Packaging)

            1. การส่งเสริมการขาย (Sale promotion) เป็นเครื่องมือกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการตัดสินใจซื้อ เช่น การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ การสาธิตการใช้ การลดแลกแจกแถม (นิตยสารแบรนด์เอจ, 2553:56) เป็นการตลาดที่เร่งทำกำไรระยะสั้น กระตุ้นยอดขาย กระตุ้นผู้จัดจำหน่าย และหน่วยงานขาย (ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:22-23 )  นอกจากนี้ ธีรพันธ์ โล่ทองคำ (2553, ออนไลน์) กล่าวอีกว่า “การส่งเสริมการขายจะส่งผลดีในขณะที่ตราสินค้ามียอดขายตก  หรือสร้างความภักดีให้กับตราสินค้าได้ โดยใช้ผลประโยชน์พิเศษ (Extra Value) ”  เช่น ชาเขียวโออิชิกระตุ้นยอดขาย ทุ่มงบประมาณ 100 ล้านบาท จัดแคมเปญ “เที่ยวญี่ปุ่นฟรียกแก๊ง” (2553, ออนไลน์)

            2. การซื้อ ณ จุดขาย (Point-of-purchase communications) ดึงความสนใจผู้บริโภคให้เข้ามา ณ จุดซื้อ ย้ำเตือนความทรงจำเกี่ยวกับตราสินค้า และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อในที่สุด ธีรพันธ์ โล่ทองคำ (2553, ออนไลน์) ให้ข้อสังเกตว่า “มักพบเห็นว่ามีการสื่อสาร ณ จุดซื้อในรูปแบบต่างๆ ในบริเวณใกล้จุดซื้อสินค้า เพราะนักการตลาดต้องการเตือนความทรงจำลูกค้าก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งถือว่าจำเป็นมาก” ตัวอย่างของการสื่อสาร ณ จุดซื้อ เช่น โมบายมือถือที่ห้อยตามร้านโทรศัพท์มือถือต่างๆ หรือแมสคอตที่ตั้งตามหน้าร้านอาหาร

            3. บรรจุภัณฑ์ (Packaging) ช่วยสร้างเอกลักษณ์ตราสินค้า เป็นช่องทางให้ข้อมูลข่าวสาร และดึงดูดความสนใจได้ ตัวอย่างเช่น ปกหนังสือธรรมะ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด กล่าวถึงความสำคัญของการออกแบบปกและรูปเล่มหนังสือธรรมะในปัจจุบันว่า “ปกหนังสือธรรมะที่สวยงาม ดูน่ารัก รูปเล่มทันสมัย มีคำโปรยปกหน้าหลังที่โดนใจ จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ” (2553, ออนไลน์)

            เครื่องมือกลุ่มที่ 3 เครื่องมือสื่อสารการตลาดแบบเข้าถึงบุคคล (Personal contact) ได้แก่ 1. การตลาดทางตรง (Direct marketing) 2. การใช้พนักงานขาย (Personal selling) (ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:22)

            1. การตลาดทางตรง (Direct marketing) Duncan และ Kotler (อ้างถึงในภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม,2550:23) ให้แนวคิดว่า “เป็นระบบการสื่อสารแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ใช้ฐานข้อมูลทางการตลาดเป็นตัวช่วย ใช้สื่อหนึ่งชนิดหรือหลายชนิดสื่อสารเพื่อให้เกิดผลการตอบสนองจากลูกค้า และผู้ที่คาดหวังว่าจะเป็นลูกค้าในอนาคต (Prospects)”  สำหรับบทบาทและความสำคัญ ตลาดทางตรงใช้ปฏิสัมพันธ์เร่งการตอบสนองกลับ และมีผลต่อภาพลักษณ์รวมถึงสามารถสร้างความรู้สึกที่ดี ไซมอน โชติอนันต์ พลตื้อ (2553,ออนไลน์) ยกตัวอย่างตลาดทางตรง เช่น “เมื่อผู้บริโภคได้รับจดหมายจะรู้สึกว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญ หรือ เป็นการเตือนความจำเพื่อติดต่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเดิมและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี”

         2. การใช้พนักงานขาย (Personal selling) เป็นรูปแบบการสื่อสารระหว่างบุคคล ได้แก่ผู้ซื้อกับพนักงานขาย ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจต่อความต้องการของลูกค้าและตอบสนองได้ง่าย (ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:23) นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางในการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ผลิตภัณฑ์ ตราสินค้า และองค์กรได้ ดังนั้น การบริหารการขายโดยพนักงานขายจึงควรมีการจัดฝึกอบรมอยู่เสมอ (นิตยสารแบรนด์เอจ, 2553:56)

            กลุ่มที่ 4 เครื่องมือสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างประสบการณ์ (Experiential contact) ได้แก่ 1. การตลาดเชิงกิจกรรม (Events) 2. การเป็นผู้สนับสนุน (sponsorship) 3. การบริการลูกค้า (Customer service) (ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:23)

                  1. การตลาดเชิงกิจกรรม (Events)  เป็นเครื่องมือการสื่อสารการตลาดที่เป็นออกแบบการจัดกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคเกิดกับตราสินค้า (Brand association) โดยการจัดกิจกรรมสามารถกำหนดผู้ร่วมกิจกรรมได้ จึงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตรงตามความต้องการ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้สาธารณชนรับรู้ตราสินค้าด้วย

            ตัวอย่างตราสินค้าที่ให้ความสำคัญกับการตลาดเชิงกิจกรรม เช่น แบรนด์ซุปไก่ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน (2553:121) ประธานกรรมการบริหารภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ เลือกผสมผสานเครื่องมือ IMC โดยใช้สื่อทีวีเป็นตัวหลักในการปูพรม พร้อมเสริมด้วยสื่อในรูปแบบต่างๆ และที่เป็นหัวใจสำคัญก็คือการจัด Event” ซึ่งการจัดกิจกรรมต่างๆ เป้าหมายหลักไม่ได้มีเพื่อกระตุ้นการดื่มแบรนด์ แต่ให้ความสำคัญกับการรับรู้ และทำให้ผู้บริโภครู้จักคุ้นเคยมากกว่า(นิตยสารแบรนด์เอจ, 2553:121)

                  2. การเป็นผู้สนับสนุน (sponsorship) เป็นการสนับสนุนทางการเงินแก่ องค์กร บุคคล หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ได้ซึ่งการประกาศให้สาธารณชนได้รู้จักกับตราสินค้า และทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมโยงตราสินค้าได้ เช่น สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ โดยจะได้รับสิทธิจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ในสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ตลอดจนมีป้ายโลโก้ติดข้างสนามในทุกแมทช์การแข่งขันตลอด 3 ปีเต็ม (2553, ออนไลน์)

                  3. การบริการลูกค้า (Customer service) เป็นเครื่องมือการสื่อสารที่สามารถช่วยสร้างให้ลูกค้ามีทัศนคติที่ดีต่อตราสินค้าและบริษัทเจ้าของสินค้าได้และยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริโภคและตราสินค้า การบริการลูกค้าที่คุ้นเคยทั่วไปก็ได้แก่ บริการ call center เป็นต้น (ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:23-24)

 

บทบาทต่อองค์กร

            ในส่วนขององค์กร เครื่องมือสื่อสารการตลาดที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทมาก ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างองค์กรกับกลุ่มต่างๆ ที่มีผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อม โดยวัตถุประสงค์มีเพื่อสร้างทัศนคติ ความน่าเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร สินค้า และบริการ (ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:22) ด้าน ธีรพันธ์ โล่ทองคำ (2553, ออนไลน์) กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชาสัมพันธ์ที่องค์กรนำไปใช้ว่า “โดยทั่วไป เครื่องมือการสื่อสารการตลาดในรูปแบบของการทำประชาสัมพันธ์นั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับตราสินค้า และองค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

                1. การทำประชาสัมพันธ์เชิงการตลาด (Marketing Public Relations: MPR)

               2. การประชาสัมพันธ์เพื่อองค์กร (Corporate Public Relations: CPR)” ซึ่งเป็นสิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไป

 

บทบาทการประชาสัมพันธ์เพื่อองค์กร

            ความสำคัญของการประชาสัมพันธ์เพื่อองค์กร นับเป็นแนวคิดเพื่อองค์กร และให้ความสำคัญกับเครื่องมือสื่อสารการตลาดอย่างการประชาสัมพันธ์เป็นอย่างมาก โดยแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์เพื่อองค์กร (Corporate Public Relations: CPR) Cutlip และคณะ (อ้างถึงใน ภิญญา ลีฬหบุญเอี่ยม, 2550:42) ให้คำนิยามว่า “หน้าที่ของการประชาสัมพันธ์เพื่อองค์กร ได้แก่ การจัดการเพื่อสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าระหว่างองค์กรกับสาธารณชนที่มีความหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อความสำเร็จขององค์กร” จะเห็นว่าเน้นส่งเสริมองค์กรเป็นหลัก

            ส่วนเครื่องมือประชาสัมพันธ์ที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ การจัดสัมมนา (Seminar) เพื่อให้ข่าวสารและความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การใช้สื่อเฉพาะ (Identify media) เป็นการใช้เอกสาร โลโก้ แผ่นพับสัญลักษณ์ อาคาร เครื่องแบบ หรือการแต่งกาย เพื่อสร้างการยอมรับและจดจำ การใช้กิจกรรมการให้บริการชุมชนและสังคม (Public and Social Services Activities) เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรมีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น

 

บทบาทเครื่องมือสื่อสารการตลาดต่อการจัดการกับภาวะวิกฤติ (Crisis Management)

             คำจัดความของคำว่า ภาวะวิกฤต หมายถึง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ส่งผลต่อความรู้สึกแปลกใจของผู้คน การกระทำที่รุกรานความรู้สึกและจิตสำนึกที่ดีของผู้คน รวมทั้งยังมีเวลาในการตัดสินใจเพื่อหาทางแก้ปัญหาในเวลาอันสั้น(2553, ออนไลน์)

            ภาวะวิกฤติเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยคาดไม่ถึง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ทั้งองค์กรขนาดใหญ่และองค์กรขนาดเล็ก ดังนั้นองค์กรต้องมีแผนการเตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นมาในอนาคต เพื่อให้กระทบต่อความอยู่รอดต่อองค์กรน้อยที่สุด สำหรับบทบาทของเครื่องมือการสื่อสารที่มีส่วนร่วมแก้ไขภาวะวิกฤติ หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ (2553, ออนไลน์) แนะนำเทคนิคแก้ไขปัญหา กล่าวโดยสรุปได้ว่า เครื่องมือสื่อสารที่มีความรวดเร็วในการกระจายข่าวอย่างโทรทัศน์ เครือข่ายสังคม เช่น Twitter, Facebook สามารถเป็นช่องทางสื่อสารที่ใช้แสดงการรับรู้ หรือความรับผิดที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา เพื่อลดความตึงเครียดของผู้ประสบปัญหา และผู้ที่มีส่วนได้รับความเสียหายจากภาวะวิกฤติดังกล่าวได้ นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์ระยะยาว จะทำให้สังคมรับรู้ว่ามีการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาได้

 

                            บรรณานุกรม

สิ่งพิมพ์

กมล ชัยวัฒน์, ดร. (2551). การโฆษณา และการส่งเสริมการตลาด, กรุงเทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สราวุฒิ อนันตชาติ, บรรณาธิการ. (2549). ad@chula Contemporary Views on Advertising, กรุงเทพ: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สราวุฒิ อนันตชาติ, บรรณาธิการ. (2550). ad@chula on Integrated Marketing Communications, กรุงเทพ: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“Marketing Promotion V. Marketing Comunication”. Brandage Essential.  Guru Series (2): until February 2011

 

ออนไลน์

“Integrated Promation Mix.”  บทความ-บทวิเคราะห์.  [ออนไลน์].;  สิงหาคม 2551.

เข้าถึงได้จาก: http://www.imageplus.co.th/index.php?ds=content_detail&sec=

1%id=pZKun7jek2yzpp.J-17

= (วันที่ค้นข้อมูล: 19 กรกฎาคม 2553)

สุรนันท์ เวชชาชีวะ, “ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ถอดรหัสความสำเร็จ แบรนด์ซุปไก่สกัด.”  บทความ-บทสัมภาษณ์[ออนไลน์].; เมษายน 2550.

เข้าถึงได้จาก:http://suranandlive.bangkokvoice.com/suranand_today.php?id=

364&title=%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%93%E0%B8%B2+%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%99+%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88+%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94

= (วันที่ค้นข้อมูล: 20 กรกฎาคม 2553)

ธีรพันธ์ โล่ทองคำ, “เครื่องมือไอเอ็มซีมีบทบาทอย่างไร” [ออนไลน์].;

เข้าถึงได้จาก: http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2007q2/2007may01p8.htm

= (วันที่ค้นข้อมูล: 20 กรกฎาคม 2553)

ไซมอน โชติอนันต์ พลตื้อ “การสื่อสารการตลาดครบวงจร(IMC- Integrated Marketing Communication)” [ออนไลน์].;

เข้าถึงได้จาก: http://www.iimc.co.th/knowledge/imc-on-action.html

= (วันที่ค้นข้อมูล: 20 กรกฎาคม 2553)

Positioning magazine “ธรรมะยุคใหม่ ขายดังสนั่นแผง” [ออนไลน์].;

เข้าถึงได้จาก: www.positioningmag.com/Magazine/Details.aspx?id=58977 -

= (วันที่ค้นข้อมูล: 20 กรกฎาคม 2553)

“7 ข้อควรรู้ในการจัดการวิกฤติ” [ออนไลน์].; 3-7กรกฏาคม 2553.

เข้าถึงได้จาก: http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.

Oknation.net “ลาแล้วเบียร์สิงห์…จากแฟนหงส์แดง” [ออนไลน์].; 14 กรกฎาคม 2553

เข้าถึงได้จาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=620789

= (วันที่ค้นข้อมูล: 20 กรกฎาคม 2553)